ลือเฟสบุ๊กขยับอีกก้าว จับมือสไกป์ เปิดทางผู้ใช้คุยผ่านเน็ต

ลือเฟส บุ๊กขยับอีกก้าว จับมือสไกป์ เปิดทางผู้ใช้คุยผ่านเน็ต

สื่อมวลชนอเมริกันรายงานว่า เฟสบุ๊ก (Facebook) เครือข่ายสังคมชื่อดังเตรียมจับมือสไกป์ (Skype) ให้ผู้ใช้สามารถโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือ VOIP ระหว่างเครื่องพีซีด้วยกัน เชื่อจะชนกับฟีเจอร์โทรผ่านเน็ตของ Google อย่างจัง

AllThingsDigital เป็นสื่อแรกที่รายงานว่าเฟสบุ๊กและสไกป์จะจับมือเป็นพันธมิตรกัน โดยระบุว่าความร่วมมือนี้จะทำให้ผู้ใช้เฟสบุ๊กสามารถส่งข้อความ SMS ถึงกันได้ รวมถึงสามารถส่งเสียงและทำวิดีโอคอลล์ถึงกลุ่มเพื่อนและผู้ติดต่อได้ผ่านโปรแกรมสไกป์ โดยผู้ใช้จะสามารถลงชื่อใช้งานสไกป์ได้ทางบริการ Facebook Connect ซึ่งเป็นบริการลงชื่อใช้งานในเว็บไซต์อื่นหรือ third-party ด้วยชื่อบัญชีเฟสบุ๊ก คาดว่าการเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้จะเกิดขึ้นในโปรแกรม Skype 5.0 ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวเดือนตุลาคมนี้

อย่างไรก็ตาม โฆษกสไกป์นั้นไม่ปฏิเสธและไม่ยืนยันรายงานที่เกิดขึ้น โดยบอกว่าเป็นกฎของบริษัทที่จะไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับข่าวลือ

เฟสบุ๊กนั้นเป็นเครือข่ายสังคมขนาดใหญ่ที่สุดในขณะนี้ มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 500 ล้านชื่อ และมียอดตัวเลขสถิติเวลาให้งานจากผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่าเสิร์ชเอนจิ้นยอดฮิตอย่างกูเกิล ที่ผ่านมา เฟสบุ๊กให้บริการแชตด้วยข้อความแก่ผู้ใช้มานานกว่า 2 ปี แต่ยังไม่เคยให้บริการส่งเสียงและบริการวิดีโอคอลล์

นักวิเคราะห์คาดว่า หากเฟสบุ๊กจับมือกับสไกป์และเสริมบริการวิดีโอคอลล์จริงตามข่าว ผลดีก็จะเกิดขึ้นกับทั้งเฟสบุ๊กและสไกป์ เนื่องจากความร่วมมือนี้จะทำให้เฟสบุ๊กมีศักยภาพในการสื่อสารที่ดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความสามารถในการขายโฆษณาออนไลน์ที่แข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย สำหรับสไกป์ซึ่งมีจำนวนสมาชิกอยู่ในมือแล้ว 560 ล้านคน ความร่วมมือนี้ก็จะทำให้เฟสบุ๊กไม่ต้องสร้างบริการ VOIP ของตัวเอง ซึ่งอาจจะเป็นศัตรูตัวฉกาจของสไกป์ในอนาคต

หนึ่งในผู้เสียประโยชน์จากความร่วมมือครั้งนี้เชื่อว่าเป็นกูเกิล ซึ่งปัจจุบันให้บริการทั้งบริการโทรศัพท์และวิดีโอคอลล์ผ่านบริการ Google Voice ในโทรศัพท์มือถือและในบริการอีเมล Gmail ซึ่งคาดว่าจะต้องรอดูความคืบหน้าที่แน่ชัดของเฟสบุ๊กต่อไป

ตลอดเดือนกันยายน เฟสบุ๊กกลายเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์บ่อยครั้ง เริ่มที่เว็บไซต์เทคโนโลยีอย่าง TechCrunch ออกมาประกาศว่าเฟสบุ๊กกำลังอยู่ระหว่างการสร้างโทรศัพท์มือถือของตัวเอง จากนั้นไม่นาน เฟสบุ๊กจึงออกมาแก้ข่าวว่าไม่เป็นความจริง จนล่าสุด สำนักข่าว Bloomberg รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในว่าเฟสบุ๊กกำลังร่วมมือกับ INQ Mobile ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือสัญชาติอังกฤษเพื่อสร้างสมาร์ทโฟน 2 รุ่น คาดว่าจะขายที่ยุโรปในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2011 ก่อนจะตามไปขายในสหรัฐฯช่วงครึ่งหลังของปี

ที่มา manager.co.th

ไอซีที หยิบเฟซบุ๊ก เสริมบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

ไอซีที หยิบเฟซบุ๊ก เสริมบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

ict

กระทรวงไอซีที เห็นความสำคัญอินเทอร์เน็ต ดันโซเชียลเน็ตเวิร์ค ส่งเสริมการใช้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ สนใจคลิก http://www.facebook.com/egovthai…

เมื่อเร็วๆ นี้ นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า กระทรวงไอซีที ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของ ประเทศ (e-Government) เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการดำเนินการผลักดันให้ภาครัฐนำเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารมาใช้เป็นเครื่องมือในการยกระดับความสามารถ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การให้บริการประชาชน และภาคธุรกิจเอกชน ที่ผ่านมากระทรวงฯ ได้ดำเนินงานทั้งในส่วนของการพัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของภาครัฐ การจัดทำมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ การพัฒนาระบบบริการและช่องทางการอำนวยความสะดวกในการให้บริการผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในรูปแบบของระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Services) และเว็บไซต์กลางบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (e-Government Portal) ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือในการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในภาค ส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวต่อว่า การพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์นั้น ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่จะสะท้อนถึงความสำเร็จของการดำเนินการ ก็คือ การที่ประชาชนได้รับทราบเกี่ยวกับบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ และใช้บริการดังกล่าวในชีวิตประจำวัน ดังนั้น กระทรวงฯ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการใช้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น โดยดำเนินการจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ และส่งเสริมการใช้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อให้รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป และมีประชาชนหันมาใช้บริการดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น

กิจกรรมหนึ่งที่ กระทรวงฯ ได้ดำเนินการภายใต้โครงการฯ นี้ ก็คือ การเปิดให้บริการ Thailand e-Government Fan Page บนเฟซบุ๊ก (www.facebook.com) เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของประชาชนในการติดตามข้อมูลข่าวสาร สารประโยชน์ และกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการให้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งใช้เป็นช่องทางสำหรับประชาชนในการสื่อสารข้อมูล ให้ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริการ e-Government ของประเทศไทย ประชาชนที่สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิก Thailand e-Government Fan Page โดยคลิก Like หรือ ถูกใจ ในหน้า Thailand e-Government Fan Page บน Facebook ที่ http://www.facebook.com/egovthai ได้

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้ดำเนินการออกแบบโลโก้และการ์ตูนสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึงความเป็นตัวแทน การให้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย รวมทั้งเพื่อให้สามารถนำไปใช้ในกิจกรรมด้านรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ ได้ และกระทรวงฯ ยังได้จัดกิจกรรมการประกวดตั้งชื่อการ์ตูนสัญลักษณ์ดังกล่าว โดยให้ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมผ่านทาง Thailand e-Government Fan Page บนเฟซบุ๊ก เพื่อลุ้นรับรางวัลเป็นโน้ตบุ๊ค SONY VAIO W SERIES ด้วย ซึ่งชื่อการ์ตูนที่มีผู้ส่งเข้าประกวดนั้น กระทรวงฯ จะมีการคัดเลือกให้เหลือเพียง 5 ชื่อ แล้วเปิดให้ประชาชนเข้ามาโหวตในช่วงเดือนก.ย. 2553 เพื่อให้ได้ชื่อที่ประชาชน ชื่นชอบมากที่สุดมาใช้เป็นชื่อของการ์ตูนสัญลักษณ์ดังกล่าวต่อไป

“กระทรวงฯ หวัง ว่ากิจกรรมส่งเสริมการใช้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จัดทำขึ้นนี้ จะทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับการให้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ได้เข้ามาใช้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ผู้ที่สนใจ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Thailand e-Government Fan Page บน เฟซบุ๊คที่ http://www.facebook.com/egovthai” นายสือ กล่าว.

ที่มา ไทยรัฐ

เฟซบุ๊กยืมมือ ไอฮับ มีเดีย คุมงานขายโฆษณา

เฟซบุ๊กยืมมือ ไอฮับ มีเดีย คุมงานขายโฆษณา

facebook

ยกพื้นที่เอเชียให้ “ไอฮับ มีเดีย” รับมือ เผยยอดเข้าใช้เฟซบุ๊กแถบเอเชียเมื่อเดือนพ.ค.พุ่งถึง 85 ล้านคน เฉลี่ย 3.5 ชั่วโมง บ่อยกว่า 21 ครั้งต่อเดือน…

เมื่อเร็วๆ นี้ นายจอร์จ ฟู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไอฮับ มีเดีย จำกัด ผู้นำด้านการตลาดบนอินเทอร์เน็ตในเอเชีย เปิดเผยว่า ล่าสุด บริษัทฯ ได้เป็นพันธมิตรด้านการขายโฆษณาบนเครือข่ายเฟซบุ๊กเพียงรายเดียวในภูมิภาคเอเชีย และเปิดสำนักงานในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มเติมจากสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ และสำนักงานสาขาใน 5 เมืองสำคัญ อาทิ เซี่ยงไฮ้ , ฮ่องกง , ไทเป , กัวลาลัมเปอร์ และจาการ์ต้า เพื่อความสะดวกในการทำตลาดอย่างครบวงจรแก่เฟซบุ๊ก

จากการสำรวจของคอมสกอร์ ผู้นำด้านการสำรวจในโลกดิจิตอลเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา พบว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีผู้เข้าใช้เฟซบุ๊กถึง 85 ล้านคน โดยใช้เวลาบนเครือข่ายเฟซบุ๊กประมาณ 3.5 ชั่วโมง และใช้มากกว่า 21 ครั้งตลอดเดือนดังกล่าว

ทั้งนี้ บริษัท ไอฮับ มีเดีย ยังเป็นผู้นำในเอเชียในการให้บริการการตลาดบนอินทอร์เน็ตเป็น ตัวแทนขายเว็บไซต์ชั้นนำ อาทิ อีเอสพีเอ็นซอกเซอร์เน็ต (ESPNsoccernet) ดีสนี่ย์(Disney) การีนา (Garena) และ ไทเกอร์ แอร์เวย์ (Tiger Airways) สนใจข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ihubmedia.com

โพลชี้ โซเชียลเน็ตเวิร์ก ครองแชมป์กิจกรรมยอดฮิตมะกันชน

sc_001

ผลสำรวจเผยกิจกรรมที่ชาวอเมริกันชอบทำมากที่สุดเวลาท่องโลกไซเบอร์ 3 อันดับแรก คือ การเข้าใช้บริการของเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ การเล่นเกม และการใช้อีเมล์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 ส.ค.โดยอ้างผลการสำรวจของ นีลเซน บริษัทวิจัยด้านการตลาดชื่อดังที่พบว่าคนอเมริกันมักใช้เวลาของพวกเขาหมดไปกับการใช้บริการของเว็บไซต์ประเภท โซเชียลเน็ตเวิร์ก, การเล่นเกมออนไลน์ และการเช็คอีเมล์มากที่สุดในยามที่พวกเขาต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อท่องโลกไซเบอร์

ผลสำรวจพบว่า การใช้บริการเว็บไซต์ประเภทเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นกิจกรรมที่คนอเมริกันนิยมมากที่สุดเวลาที่พวกเขาท่องอินเทอร์เน็ต โดยคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 22.7 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 15.8 ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่การเล่นเกมออนไลน์เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมรองลงมาอยู่ที่ร้อยละ 10.2 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.3 เมื่อหนึ่งปีก่อนหน้านั้น

ขณะที่ อันดับที่ 3 คือ การใช้อีเมล์ ซึ่งรวมทั้งการอ่านอีเมล์ การส่งและรับอีเมล์ ที่มีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 8.3 ของกิจกรรมบนโลกไซเบอร์ของคนอเมริกัน อย่างไรก็ดี ผลสำรวจพบว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาชาวอเมริกันมีแนวโน้มที่จะใช้งานอีเมล์น้อยลงเพราะพวกเขาหันไปใช้บริการของเครือข่ายสังคมออนไลน์ในการติดต่อสื่อสารมากขึ้น จนทำให้ปริมาณการใช้อีเมล์ในสหรัฐฯลดลงถึง 28 เปอร์เซ็นต์ ตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา

ส่วนกิจกรรมบนโลกไซเบอร์ที่ได้รับความนิยมน้อยที่สุดในปีที่ผ่านมาจากสำรวจครั้งนี้ คือ การโฆษณาขายสินค้าและประมูลสินค้าออนไลน์ที่มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 2.7 เท่านั้น.

ที่มา ไทยรัฐ

นีลเสนชี้ “เฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์” ทรงอิทธิพล เครื่องมือสำคัญต่อธุรกิจ-ผู้บริโภค

นีลเสนชี้ “เฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์” ทรงอิทธิพล เครื่องมือสำคัญต่อธุรกิจ-ผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน เอเอฟพีรายงานว่า บริษัทวิจัยนีลเสนได้เผยแพร่รายงานระบุว่าสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ หรือแม้กระทั่งบล็อกต่างๆ กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคทั่วโลกในการซื้อสินค้า โดยเกือบ 3 ใน 4 ของประชาชนทั่วโลกที่ใช้อินเตอร์เน็ตได้คลิกเข้าไปชมเว็บไซต์เครือข่ายสังคมหรือบล็อก โดยใช้เวลาเฉลี่ยเกือบ 6 ชั่วโมงต่อเดือน ทั้งนี้ ในจำนวนเว็บไซต์ดังระดับโลก 7 ราย พบว่ามี 3 รายที่มีเว็บเครือข่ายสังคม ได้แก่ เฟซบุ๊ก วิกีพีเดีย และยูทิวบ์

“สื่อสังคมออนไลน์กำลังมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค ทุกคนเข้าใจว่าสื่อสังคมกำลังมาแรงและเติบโตอย่างรวดเร็วในทิศทางที่ไม่สามารถคาดเดาได้ทุกๆ ที่ในโลก” นีลเสนระบุ และว่า การชมสินค้าบนอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลที่ผู้บริโภคไว้วางใจเป็นอันดับ 3 รองจากคำแนะนำของเพื่อนและครอบครัวเมื่อต้องการจะซื้อสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องสำอาง รถยนต์ อาหาร ฯลฯ

นีลเสนระบุว่า 32% ของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์เครือข่ายสังคมจะใช้คอมพิวเตอร์ของที่ทำงาน และ 31% ใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้าน ซึ่งจากข้อมูลที่บริษัทรวบรวมมานี้ย้ำให้เห็นอย่างไม่ต้องสงสัยว่า เครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นสิ่งที่บรรดาผู้ประกอบธุรกิจต้องนำมาพิจารณาอย่างจริงจังในการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่เพียงนั่งมองดูและสังเกตการณ์อยู่ข้างนอก

วันเดียวกัน เอเอฟพีรายงานว่า กูเกิล เว็บไซต์ดังระดับโลกที่เคยมีปัญหากับจีนจากการถูกเซ็นเซอร์เนื้อหา กำลังรออย่างกระสับกระส่ายว่าทางการจีนจะต่อใบอนุญาตให้หรือไม่ หลังจากกูเกิลได้ยกเลิกการโอนผู้ใช้กูเกิลชาวจีนไปยังฐานของกูเกิลในฮ่องกงที่ไม่มีการเซ็นเซอร์ ซึ่งเท่ากับว่ากูเกิลได้เลิกมาตรการตอบโต้รัฐบาลจีน

เฟซบุ๊ก facebook ฮอตฮิต ชาวไซเบอร์นิยมท่องมากสุด โค่นกูเกิล อิงค์ยับ

เฟซบุ๊ก facebook ฮอตฮิต ชาวไซเบอร์นิยมท่องมากสุด โค่นกูเกิล อิงค์ยับ

fb_001
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานโดยอ้างการแถลง นายไมค์ เมอร์ฟี รองประธานบริหารฝ่ายขายทั่วโลก เฟซบุ๊ค อิงค์ ผู้ให้บริการเว็บไซต์เครือข่ายสังคมรายใหญ่สุดของโลก เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า บริษัทอยู่ในสถานะที่ดีมาก เพราะมีโฆษณาเข้ามาในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจอยู่ในสถานะไม่ดีนัก ซึ่งส่งผลให้เฟซบุ๊คกลายเป็นตัวเลือกหลักอย่างชัดเจนในด้านการทำตลาด

ก่อนหน้านี้ คอมสกอร์ อิงค์ บริษัทด้านการวิจัย ระบุว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2553 เฟซบุ๊คครองแชมป์ผู้ให้บริการโฆษณาออนไลน์ ด้วยจำนวนโฆษณาที่นำเสนอต่อผู้ใช้บริการในสหรัฐ 176,300 ล้านดิสเพลย์ เพิ่มขึ้นจาก 70,700 ล้านดิสเพลย์เมื่อปีก่อน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 16.2% เพิ่มเป็น 2 เท่าจากส่วนแบ่งตลาด 7.5% ตลอดทั้งปี 2552

ขณะที่แชมป์เก่า ที่ครองตำแหน่งมายาวนานอย่างยาฮู อิงค์ ตกไปอยู่อันดับสอง โดยไตรมาสแรกมีดิสเพลย์โฆษณาทั้งหมด 131,500 ล้านดิสเพลย์ หรือ 12.1% ในตลาด ตามมาด้วยไมโครซอฟท์ 60,200 ล้านดิสเพลย์ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 5.5%

ส่วนข้อมูลจากเอ็กซ์พีเรียน ฮิทไวซ์ บริษัทวิจัยในรัฐนิวยอร์ก แสดงให้เห็นว่า ในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กขึ้นแท่นเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุด แซงหน้า กูเกิล อิงค์ ที่อยู่ในตำแหน่งนี้มานาน